ArtBOQ

“B.O.Q.” (Bill of Quantity)

บทความนี้ขอให้คำแปลของ “Bill of Quantity” ว่า “บัญชีปริมาณงานและราคา”

และขอให้คำนิยามอย่างละเอียดว่าเป็นบัญชี ในรูปแบบ ตารางแสดงปริมาณงานและราคาของงาน โดยจำแนกที่มาของราคาแต่ละรายการ ว่าคิดมาจาก ปริมาณงานจำนวนเท่าไหร่สัมพันธ์กับราคาต่อหน่วยของรายการนั้นๆอย่างไรซึ่งควรจำแนกราคาต่อหน่วยของแต่ละรายการนั้นด้วยว่ามาจากส่วนประกอบของค่าแรงเท่าไหร่ และค่าวัสดุเท่าไหร่

อธิบายอย่างย่ออีกลักษณะได้สว่า เป็นตารางแจกแจงรายละเอียดของงานให้ตรวจนับได้ซึ่งควรต้องประกอบด้วย ข้อมูลหลัก 4 ส่วน คือ

1.รายการงาน (Item)

2.ปริมาณงาน(Quantity)

3.ราคาต่อหน่วย (Unitrate)

3.1.ราคาค่าแรงต่อหน่วย

3.2.ราคาค่าวัสดุต่อหน่วย

3.3.ราคาต่อหน่วยรวม(ค่าวัสดุต่อหน่วย+ค่าแรงต่อหน่วย)

4.ราคารวม (Total Price)

BOQ ที่ดีควรเป็นBOQ ที่ใช้ควบคุมราคาได้ง่าย เช่นการตัดสินใจต่อรองราคา เป็นต้น จึงควรแสดงรายการงานประเภทเดียวกันไว้ที่เดียวกัน แต่ละ Itemจึงไม่ควรซ้ำกัน ในBOQฉบับเดียวกัน รวมทั้งต้องมีการแบ่งหมวดหมู่ที่เหมาะสม

ส่วนงวดงานเป็นรายการระบุข้อตกลงว่า ควรชำระเงินระหว่างกันในมูลค่าเท่าไหร่เมื่อทำงานอะไรแล้วเสร็จบ้าง ซึ่งปกติ งานก่อสร้างทั่วไปจะไม่ได้ทำงานตามลำดับในBOQเสมอไปแต่ต้องเลือกทำงาน ตามขั้นตอนการก่อสร้างที่ดีและมักจะไม่สามารถทำงานทั้งหมดในแต่ละหมวดงานใดในคราวเดียวได้ เช่นงานโครงสร้าง เสา-คาน-พื้น จะเป็นส่วนย่อย ของ ค่าเหล็กเส้น, ไม้แบบ, คอนกรีตรวม หรือก่ออิฐพร้อมเทเอ็นและตั้งวงกบ,ก่ออิฐพร้อมเดินท่อในผนัง เป็นต้น

ในขณะที่ แผนงาน เป็น ตารางTimelineกำหนดขั้นตอนการทำงานก่อน-หลัง

การทำสัญญาที่รัดกุม จึงควรมีเนื้อหา ทั้ง3ส่วนนี้แยกออกจากกันเพื่อแสดงเนื้อหาที่ตรงประเด็นของแต่ละส่วนให้รองรับจุดประสงค์ที่ต่างกัน

งานก่อสร้างที่ดีต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้อง ,งวดงานจะเป็นเครื่องมือกำกับขั้นตอนเหล่านั้น ว่าต้องทำอะไรพร้อมอะไร และ อะไรก่อนอะไรด้วย ในขณะที่ BOQ ควรจะจำแนกตามหมวดงาน-หมวดสินค้า เป็นหลัก ซึ่งอาจไม่ได้เรียงตามลำดับขั้นการทำงานที่ดีเสมอไป โดยการเรียงหมวดหรือลำดับรายการในBOQควรมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมราคา-งบประมาณเป็นหลักมากกว่า 

ตัวอย่าง BOQ

ตัวอย่างงวดงาน

เทียบความสัมพันธ์ BOQ-งวดงาน

ตัวอย่างแผนงาน

งวดงานที่ดี ต้องไม่สร้างภาระทางการเงินให้แก่ผู้รับเหมาจนเกินไป หมายความว่า เมื่อมีผลงานในระดับที่เหมาะสม ผู้ว่าจ้างก็ควรทำการชำระเงินให้ผู้รับเหมานำไปหมุนเวียนสำหรับการทำงานในขั้นต่อๆไปได้ ซึ่งบางครั้ง งานจะไม่ได้จบทั้งหมดทีละหมวดงานพร้อมๆกัน 

ในขณะที่ BOQควรมีการแบ่งหมวดงานให้รองรับการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน,อธิบายรายละเอียดส่วนประกอบที่มีราคาแตกต่างกัน สำหรับการต่อรองราคา และประเมินมูลค่างานเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง